Blog

กุ้ง คือ แหล่งรวมหลากหลายสารอาหาร ที่มีประโยชน์กับสุขภาพของคนเราไว้มากอย่างไม่น่าเชื่อ
04/09/2018 by admin - Leave a Comment

หากพูดถึงอาหารทะเลแล้ว นอกจากปูและปลาแล้ว หลายๆ คนก็คงต้องนึกถึง "กุ้ง" (Shrimp) ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนใช่มั้ยครับ?  เพราะกุ้ง คือ อาหารเบสิกของคนไทย รสชาติก็อร่อย นำไปปรุงได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม อบ นึ่ง ผัด เผา หรือกินแบบเปล่าๆ (ทั้งที่สุกหรือแบบสดๆ)  ก็ยังได้เลย กุ้ง จึงเป็นสุดยอดวัตถุดิบหลักที่ร้านอาหารทุกร้านมักจะมี อย่างในประเทศไทย เรามีเมนูของไทยเราที่สร้างชื่อเสียงจนดังไกลไปทั่วโลกอย่าง  "ต้มยำกุ้ง" หรือ เมนูชวนน้ำลายไหลอย่าง "กุ้งเผา" และ ถ้าพูดถึงเมนูของทางญี่ปุ่นแล้ว ก็มีเมนูอร่อยๆและเป็นที่นิยมไม่แพ้กันเลยครับ  เช่น sashimi ebi หรือ ซาชิมิกุ้งหวาน, กุ้งเทมปุระ, โรลต่างๆ และ อีกหลากหลายเมนู ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยเท่านั้น กุ้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตามคุณสมบัติของสัตว์น้ำโดยเฉพาะ กุ้ง ถือเป็นแหล่งรวมสารอาหารสำหรับคนทุกเพศทุกวัย มาถึงตรงนี้กันแล้ว เชื่อว่าทุกคนต้องอยากรู้กันบ้างแล้วล่ะ คุณค่าสารอาหารดีๆ ในตัวกุ้ง ที่เราต่างก็โปรดปรานกันนั้น ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราส่วนไหนกันบ้าง...? 

 

 

1. คุณค่าสารอาหารจาก “กุ้ง”
ส่วนหลักๆ ของกุ้งที่นิยมนำมาประกอบอาหารมากที่สุดก็ คือ ส่วนลำตัวที่มีเนื้อมากไปจนถึงหางกุ้ง แต่ส่วนอื่นๆ ก็นิยมมาทำเป็นอาหารได้เหมือนกัน  ขึ้นอยู่กับสูตรอาหารของแต่ละคน เพราะไม่ว่าส่วนไหนๆ ของกุ้งก็ยังให้สารอาหารดีๆ มากมายอยู่นั่นเอง และ สำหรับใครที่ต้องการลดคาร์โบไฮเดตส่วนเกิน การเปลี่ยนมาทานกุ้งแทนก็ดีไม่น้อย นั่นก็เพราะกุ้งมีคาร์โบไฮเดรตเป็นศูนย์ แถมแคลอรี่ก็ต่ำ (ประมาณ 1 แคลอรี่ต่อหนึ่งกรัม) กุ้งมีโปรตีนสูง มีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำ แม้จะมีปริมาณไขมันอยู่บ้าง แต่ประโยชน์หลักๆของกุ้งอยู่ที่วิตามินและแร่ธาตุที่เรียกได้ว่ามีมากจนล้น ทั้งเหล็ก แคลเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ตลอดจนวิตามินเอ อี บี 6 และแม้แต่บี 12 แถมยังมีไอโอดีน ไทอามิน ริโบฟลาวิน และไนอาซินด้วย

 

 

2. “กุ้ง” ช่วยลดน้ำหนักได้
หลายๆ คนอาจสงสัยว่า กุ้งมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างไร? คำตอบก็ คือ กุ้งเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่ดีเลิศ โดยไม่เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารเลย ดังนั้น สำหรับใครก็ตามที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว กุ้งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะส่วนเปลือกของกุ้งจะมีสารที่เรียกว่า ไคติน (Chitin) ซึ่งในทางการแพทย์ระบุว่าไคตินเป็นสารที่ไม่ดูดซึมเข้าร่างกาย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการเคลื่อนตัวของกากอาหารในลำไส้ คล้ายกับอาหารจำพวกไฟเบอร์ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่ระบบขับถ่ายไม่ค่อยดี โดยเคี้ยวกุ้งที่มีขนาดไม่ใหญ่มากทั้งเปลือกและอีกสาเหตุหนึ่งที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก นั่นก็ คือ สารสังกะสีในตัวกุ้งที่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเลปตินซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการกักเก็บไขมัน ความอยากอาหารและการใช้พลังงานโดยรวมของร่างกาย รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคของการลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

 

 

3. มีไอโอดีนสูงช่วยควบคุมพลังงาน
ร่างกายของคนเราไม่สามารถผลิตไอโอดีนขึ้นมาเองได้ เพราะฉะนั้นเราต้องรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนเพื่อช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานยามร่างกายพักผ่อน ไม่เช่นนั้น หากร่างกายขาดไอโอดีนร่างกายจะผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนไม่เพียงพอและต่อมไทรอยด์ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งสามารถนำไปสู่ปัญหาไทรอยด์ที่ร้ายแรงรวมถึงสุขภาพที่แย่ลงอีกด้วย อีกทั้งการรับประทานไอโอดีนที่เพียงพอต่อร่างกายยังส่งผลดีต่อผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก หรือช่วยยับยั้งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

 

4. กุ้ง มีคุณสมบัติที่ช่วยชะลอวัย
กุ้งมีสารคาโรทีนนอยด์ที่ชื่อว่าแอสตาแซนธินอยู่มาก ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพดี ที่ช่วยลดสัญญาณแห่งวัยของผิวที่เกิดจากแสงแดดและรังสียูวีเอ ดังนั้น กุ้งจึงมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้ดีทีเดียว เพียงแค่เพิ่มกุ้งลงไปในเมนูอาหารของคุณเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากแสงแดดที่มาทำร้ายผิว หนึ่งในสาเหตุหลักของการทำร้ายผิว

 

 

5. มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่เสื่อมสภาพ
มีสารแอสตาแซนธินที่พบมากในตัวกุ้ง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการลดอาการตาล้าจากการใช้สายตามากเกินไป และ การศึกษาตัวกุ้ง ยังพบอีกว่ามีสารประกอบที่มีคุณสมบัติคล้ายสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในกระบวนการฟื้นฟูเส้นเลือดฝอยของร่างกาย ทั้งนี้คุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนยุคใหม่ที่ต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะทั้งการทำงาน หรือเล่นสมาร์ทโฟนก็ตาม

 


6. สารอาหารจากกุ้งช่วยลดการผมร่วง
การขาดสังกะสีนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง นั่นก็เพราะสังกะสีมีส่วนสำคัญในการสร้างและคงสภาพเซลล์ใหม่ๆ โดยเฉพาะสารอาหารในกุ้งมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพเส้นผมให้ดีขึ้น เพราะช่วยรักษาเซลล์รากผมและผิวหนัง อย่างที่หลายๆ คนรู้กันว่าเส้นผมที่มีสุขภาพดี ไม่ร่วง ไม่บาง ทำให้แลดูหนุ่มสาว เพราะฉะนั้น ลองเพิ่มกุ้งลงไปในมื้ออาหารของคุณ

 

 

7. กะปิ ช่วยต่อกรกับโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
กะปิ หรือ เคย นั้นทำมาจากกุ้ง แล้วใครจะรู้บ้างว่า กะปิของดีคู่ครัวไทยมานาน จะมีส่วนช่วยต่อกรกับโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ นั่นก็เพราะในกะปิมีเอนไซม์ไฟบริโนลิติก(fibrinolytic) ที่ใช้ในการบำบัดสลายลิ่มเลือด หรือการทำลายสิ่งอุดตันที่เป็นอันตรายซึ่งอยู่ในหลอดเลือดต่างๆ เอนไซม์ที่พบมากในกุ้งเหล่านี้คืออาวุธที่ทรงพลังในการต่อกรกับโรคหลอดเลือดหัวใจที่คุกคามประชาชนจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้กุ้งยังเต็มไปด้วยกรดไขมันชนิดดีโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดระดับคอเลสตอรอลในเลือด อันหมายถึงการลดโอกาสการเกิดภาวะหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองอุดตันได้

 

 

8. กุ้ง เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
ในตัวกุ้ง มีโปรตีน และ วิตามินจำนวนมาก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งการได้รับโปรตีน และ วิตามินที่เพียงพอต่อร่างกายทำให้ลดภาวะกระดูกเสื่อม และ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระดูก ส่งผลให้เพิ่มมวลของกระดูกไม่เปราะง่าย หลีกเลี่ยง และ ชะลอการเกิดอาการหลักของโรคกระดูกพรุน เพียงแค่เพิ่มการทานกุ้งควบคู่ไปกับมื้ออาหารหลักของคุณ ก็จะได้ทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพ และ ยังอร่อยอีกด้วย

 

 

9. บำรุงสมองได้ดี
สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย และ การที่จะมีสมองที่ดีได้นั้น การรับประทานอาหารดีๆ และ มีประโยชน์ ก็เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้สมองแข็งแรง และ ฉลาด อาหารที่จำเป็นต่อสมองนั่นก็ คือ ธาตุเหล็ก ซึ่งพบว่าในกุ้งมีธาตุเหล็กสูง และ การเพิ่มธาตุเหล็กให้กับร่างกาย จะเป็นการช่วยหมุนเวียนของออกซิเจนสู่สมอง ผลก็ คือ ทำให้การเข้าใจสิ่งต่างๆ ดีขึ้น มีสมาธิ และ ความจำดีขึ้น โดยมีงานวิจัยสนับสนุนนั่น คือ สารแอสตาแซนธินในกุ้งอาจช่วยปรับปรุงความจำ คงชีวิตชีวาให้เซลล์สมอง และ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม แถมกุ้งยังเป็นแหล่งไอโอดีนแร่ธาตุที่ช่วยในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของเด็กในครรภ์ และ ทารก รู้อย่างนี้ว่าที่คุณแม่คงรีบมองหาเมนูบำรุงครรภ์จากกุ้งกันเลยใช่ไหมครับ

 

 

 

10. มีสารต้านการก่อตัวของมะเร็ง 
กุ้งมีสารจำพวกแคโรทีนนอยด์ เช่น แอสตาแซนธิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด มีซิลิเนียม ที่แม้จะนับเป็น “แร่ธาตุรอง” หรือ แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยกว่า 100 กรัมต่อวัน แต่แร่ธาตุนี้ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งปอด เพราะเป็นส่วนประกอบหลักของกลุ่มเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (เช่น กลูต้าไธโอน เปอร์ออกซิเดส) ทำหน้าที่ยับยั้ง และ ต้านทานผลร้ายของอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง และ ยิ่งไปกว่าซิเลเนียมที่พบในกุ้งช่วยชะลอการเติบโตของเนื้องอก ซึ่งการรับประทานกุ้งเป็นประจำจะช่วยให้ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งจากซิเลเนียมที่เป็นโครงสร้างทางอินทรีย์หลักของกุ้งนั่นเอง

 

 

 

Give More With Sushi Moment

Back to Blog