Blog

9 เรื่องน่ารู้กับตำนานเทมปุระ
28/08/2018 by admin - Leave a Comment

ใครๆ ก็ชอบทาน “เทมปุระ” แต่เด็กจนโต..นี่ คือ หนึ่งในเมนูชุบแป้งทอดที่สามารถหาทานได้ทั่วไปตามร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย และ เป็นเมนูที่หลายคนหลงไหลในเสน่ห์ของความกรุบกรอบกลิ่นหอมที่เกิดจากการคลุกเคล้าแป้งอย่างดี ทอดในน้ำมันร้อนๆ จนได้ที่ เมื่อกัดลงไปเจอความหอมหวานของวัตถุดิบนานาชนิดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แป้งสีเหลืองทอง เป็นรสชาติความอร่อยเฉพาะตัว จนยากที่จะปฏิเสธ แล้วเคยสงสัยกันไหมครับ? 

เมนูชุบแป้งทอดที่หลายคนหลงไหลกันนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร? วันนี้เราจะพามาลงลึกถึง  “ 9 เรื่องน่ารู้ ”  ของเจ้า  “ เทมปุระ ”  นี้กันครับ…

 

 

1. Tempura แท้จริงแล้ว คือ "อาหารตะวันตก"
เมื่อพูดถึง “เทมปุระ” หลายๆ คนอาจเข้าใจว่า เทมปุระเป็นอาหารจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีต้นตำรับจากคนญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว 
เจ้าของต้นตำรับเทมปุระแท้ ๆ คือ ประเทศโปรตุเกส
ต่างหาก ซึ่งนำเข้ามาในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 (สมัยเอโดะ) โดยบาทหลวงชาวโปรตุเกส

 

 

2. การทอดเทมปุระของคนญี่ปุ่น 
ถึง “เทมปุระ” จะเป็นอาหารที่มีรากเหง้ามาจากปลาชุบแป้งทอดของฝรั่งก็ตาม แต่ครัวญี่ปุ่นก็ได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “เทมปุระ” จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องความบางฟูของตัวแป้ง เทคนิคการทอดที่ต้องทอดออกมาแล้วอาหารจะต้องไม่อมน้ำมัน รวมไปถึงวิธีการรับประทานด้วย
 

 

3. อาหารที่เข้ากันได้ดีกับเมนูมากมาย 
ช่วงหลังๆ ที่เริ่มมีพัฒนาการในเชิงความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ทำให้เราเห็น เทมปุระ ในอาหารอื่นๆมากขึ้น เช่น ถูกวางหน้าในอุด้ง, เทมปุระในแกงกระหรี่ หรือ แม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งใน ไคเซกิ คอร์ส ร่วมกับพวก ปลาดิบ และ ซูชิ
 

 

4. อาหารในวันถือศีลอด
เทมปุระถูกนำเข้ามาโดยบาทหลวงชาวโปรตุเกส มีการทำรับประทานกันเป็นส่วนหนึ่งของการถือศีลอดวันศุกร์ และ วันหยุดของชาวคริสเตียน วันอื่นๆ เช่นกัน ในช่วงระยะเวลานี้ชาวคาทอลิกจะไม่ทานเนื้อสัตว์อื่นๆ จะทานแต่เนื้อปลา และ ผักเท่านั้น เรียกว่า “Friday Fish Fry ”
 

 

5. ความหมายที่ถูกต้องของเทมปุระ 
คำว่า “เทมปุระ” มีรากศัพท์มาจากคำโปรตุเกสว่า “Tempora” ซึ่งแปลว่า “lent” หรือ การถือศีลอดอาหารนั่นเอง  และ ปัจจุบันเมนูปลาชุบแป้งทอดในประเทศโปรตุเกสก็ยังคงเรียกว่าเทมโพลาเหมือนในอดีตอยู่

 

 

6. เทมปุระไม่ใช่อาหารของสามัญชน 
ในช่วงแรกๆ เทมปุระไม่ใช่อาหารสำหรับสามัญชนเพราะต้องใช้น้ำมันทอดมาก ซึ่งในสมัยนั้นน้ำมันเป็นของมีราคา อย่างไรก็ดี ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) เทมปุระราคาเริ่มถูกลง และ เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนธรรมดาทั่วไปจนกระทั่งเทมปุระเป็นที่นิยมมากจนได้รับ การกล่าวถึงในหนังสือ ต่างๆ มากมาย

 

 

7. โชกุนตระกูลโทะกุงะวะ  เสียชีวิตเพราะทานเทมปุระ 
มีเรื่องเล่าที่แสดงให้เห็นว่าเทมปุระมีความสำคัญต่อชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะเพียงใด ยุคเอโดะเป็นยุคสมัยที่โชกุนตระกูลโทะกุงะวะปกครอง “อิเอะยาสุ” ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของตระกูลเป็นคนรักษาสุขภาพ แต่เขาก็ชอบเทมปุระมากเป็นชีวิตจิตใจ แม้เขาจะอายุมากขึ้น แต่ความชอบนี้ ก็ยังอยู่ จนวันหนึ่งที่เขารับประทานเทมปุระมากเกินไป ทำให้เสียชีวิตในที่สุดเพราะเทมปุระ!! (ทานของทอดเยอะไปไม่ดีต่อสุขภาพ) แม้จะข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าจริงหรือไม่ แต่เรื่องดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่าเทมปุระเป็นอาหาร ที่รับประทานกันทั่วไปในสมัยเอโดะ และ เป็นอาหารที่มีภาพลักษณ์ชัดเจนแข็งแรงควบคู่กับยุคสมัยนั้น
                     

 

8. เทมปุระไม่ใช่ของทานเล่นอีกต่อไป 
แต่เดิมคนมักนับว่าเทมปุระเป็นของทานเล่นและมักขายกันตามแผงลอย จนกระทั่งมาถึงสมัยเอโดะ จึงเริ่มมีการเปิดร้านขายเทมปุระกันอย่างเป็นกิจลักษณะ จนค่อยๆ ได้รับการยอมรับเป็นอาหารญี่ปุ่นที่พบได้ทั่วไปตามท้องถนนแลtห้างสรรพสินค้าทั่วไป
 

 

9. การแบ่งประเภทของเทมปุระ
ปัจจุบันนี้ คนญี่ปุ่นแบ่งเทมปุระออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ เทมปุระที่ทำจากอาหารทะเล และ เทมปุระที่ทำจากผัก ถ้าพูดถึงเทมปุระยอดฮิตติดอันดับในกลุ่มของอาหารทะเลเห็นจะหนีไม่พ้น “กุ้งเทมปุระ” (Ebi Tempura) รอง ๆ ลงมาก็จะเป็นจำพวกปลาทั้งหลาย ส่วนถ้าเป็นเทมปุระผักยอดนิยมก็จะเป็น เห็ดหอม (Shitake) รากบัว (Renkon) มะเขือม่วง (Nazu) ใบเบญจมาศ (Shiso Leaf) หรือแม้แต่ขิง (Shoga) ก็สามารถนำมาทำเทมปุระได้อร่อยเหมือนกัน

 

 

Back to Blog