Blog

จริงหรือที่ HON MAGURO คือ สุดยอดปลาทะเล
15/08/2018 by admin - Leave a Comment

“ "Maguro" ” ในกลุ่มคนชอบทานซูชิ และ ปลาดิบ มือใหม่ๆ คงจะได้ยินคำบอกเล่าถึง "ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน" (Hon Maguro) ว่าเป็นปลาที่มีรสชาติที่อร่อยล้ำลึกเป็นอย่างมาก นอกจากรสชาติที่อร่อยชนิดไร้เทียมทานแล้วยังมีราคาสูงที่สุดในบรรดาปลาน้ำจืดและปลาทะเลทั้งหมดอีกด้วย คำบอกเล่านั้นเป็นจริงแค่ไหน เรานำเกร็ดความรู้และความลับมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนมาฝากกันครับ เพราะอะไร Hon Maguro ถึงเป็นสุดยอดปลาทะเล ?  ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีราคาแพงมากๆ จากสถิติการประมูลในประเทศญี่ปุ่น ปลาตัวนึงที่คุณภาพดีมากๆ เหล่าร้านอาหารดีๆต้องใช้เงินหลายล้านเยนกันเลยนะครับ..!  ถึงจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ

 

 

1. Hon Maguro คือ ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน หลายคนคงเคยงง ๆ ว่าคลีบน้ำเงินคืออะไร และ คงคุ้นหูกับคำว่า Blue Fin เรื่องก็คือว่า Hon Maguro คือ ปลามากุโร่ที่มีคลีบเป็นสีน้ำเงิน และ เป็นสายพันธุ์แยกย่อยออกมาจากทูน่าทั่วๆ ไป โดยที่จะมีขนาดใหญ่ที่โตเต็มวัย ซึ่งต้องใช้เวลานานมากถึงหลายสิบปี ถึงจะมีขนาดความยาวของตัวอยู่ที่ 3 เมตรได้ โดยตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่บันทึกได้ คือ ยาวมากถึง 458 เซนติเมตร และ มีน้ำหนักถึง 684 กิโลกรัม มีอายุยืนยาวกว่า 30 ปี แต่ที่พบโดยทั่วไปจะมีขนาดอยู่ที่ ประมาณ 2 เมตร เป็นความจริงที่ชวนตกใจมากๆเลยใช่ไหมครับ ?

 

 

2. สายพันธุ์ Hon Maguro ที่มากไปกว่านั้น Hon Maguro หรือ Blufin Tuna ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์เดียว แต่ยังแตกสายพันธุ์ย่อยออกไปอีกถึง 3 สายพันธุ์ คือ 

Northern Bluefin (Thunnus thynnus) ปลาทูน่าสายพันธ์เหนือนี้จัดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, Pacific Bluefin (Thunnus orientalis) เป็นปลาทูน่าที่มีความใหญ่เป็นอันดับสอง ของปลาทูน่าทั้งหมด และ เป็นหนึ่งในปลาไม่กี่ชนิดที่มีเลือดอุ่นถือเป็นปลาที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทาน และ มีราคาแพง จนถูกเรียกขานว่า “เพชรสีดำ” ,Southern Bluefin (Thunnus maccoyii) ปลาทูน่าบลูฟินสายพันธ์ใต้นี้ ถือว่าเป็นปลาทูน่าบลูฟินเกรดต่ำสุดในทั้งสามเกรดกล่าวถึง

 

 

3. ส่วนของ Hon Maguro ที่นิยมทาน รสชาติของทูน่าถูกยกย่องว่าเป็นเนื้อสัตว์ชนิดที่อร่อยที่สุดในโลกชนิดนึงเลยทีเดียว โดยที่ชิ้นส่วนที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดมากที่สุด มีอยู่ 3 ส่วน คือ Toro (ส่วนท้อง) ซึ่งส่วนท้องของ Maguro ยังแบ่งออกไปได้อีก คือ  

1.Otoro (เนื้อท้องส่วนหน้า) เป็นส่วนที่อร่อยที่สุด และ แพงที่สุดเช่นกัน,

2.Chutoro (เนื้อท้องส่วนหลัง) จุดเด่นของชูโทโร่ คือ มีไขมันแทรกในปริมาณที่พอเหมาะ เนื้อส่วนนี้มีรสสัมผัสที่ทั้งหวานและนุ่มรองลงมาจาก Otoro,

3.Akami (ส่วนกลางลำตัว) ส่วนนี้จะมีจำนวนมากที่สุด และ หาได้ง่าย จุดเด่น คือ เนื้อแดงอาคามินั้นเป็นเนื้อทีมีรสสัมผัสแน่น เนื่องจากมีไขมันแทรกอยู่น้อย เป็นส่วนที่มีแคลลอรี่ต่ำ จึงดีต่อสุขภาพ

 

 

4. ราชาปลาดิบ
หลายๆ คนจัดให้ ท้องส่วนหน้าของ Hon Maguro หรือว่า Otoro เป็นสุดยอดแห่งราชาปลาดิบ นั่นก็เพราะว่าอยู่ที่ไขมันที่แทรกตัวอยู่ตลอดชิ้นปลานี้เอง เพราะไขมันดังกล่าวจะแตกตัวออกแทบ จะทันทีที่นำเนื้อปลาเข้าปาก และ ละลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความหวานชุ่มฉ่ำที่คุณสัมผัสได้ทั่วทั้งปาก และ ความหายากมาก จึงเป็นสาเหตุของราคา Otoro ที่มีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้น  "โอโทโร่" คือ ชนิดของปลาดิบที่ได้รับความนิยมมาก ทำให้ปลามากุโระบางตัวมีราคาสูงลิบ  แม้ว่าราคาจะสูงแต่ความต้องการกับมีมากกว่า จนต้องมีการประมูลการซื้อปลาเกิดขึ้น

 

 

5. เมนูที่นิยมนำ Hon Maguro มาเป็นพระเอก 
จริงๆ แล้ว Blufin Tuna สามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่างเลยทีเดียว แต่ที่นิยมที่สุด และ เห็นรับประทานกันมากที่สุดก็จะเป็น การรับประทานแบบดิบ เพราะจะได้สัมผัสความหวานสดชื่น ชุ่มฉ่ำในแบบของเนื้อปลาแบบที่สุด ในรูปแบบของ Sushi, Donburi, และ Sashimi ที่เราๆคุ้นกันนี่นั่นแหล่ะครับ 

 

 

6. ประโยชน์ Hon Maguro 
อาหารหลายชนิดราคาสูง อร่อยมาก แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์และดีต่อร่างกายเสมอไปนะครับ  แต่อย่างที่ใครทราบกันดีว่า การทานปลานั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งร่างกายเลยก็ว่าได้  เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายไม่ว่าจะเป็น โปรตีนชนิดย่อยง่าย,  วิตามินนานาชนิด, ไอโอดีน รวมทั้ง โอเมก้า 3 แถมยังเป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำอีกด้วย

 

 

7. แหล่งนำเข้า Hon Maguro
แหล่งชั้นนำที่นำเข้า Hon Maguro มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น 3 จังหวัด คือ Nagasaki เป็นเกาะที่อยู่ทางใต้ของญี่ปุ่น เมืองท่าอันดับต้นๆ ของเกาะคิวชู, Kochi มีแนวชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์จากการไหลของกระแสน้ำคุโรชิโอะ, Okinawa เกาะทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นดินแดนแห่งท้องทะเล เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ของคนรักทะเล นอกจากนั้นยังมีการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ นอกประเทศญี่ปุ่นอย่างเช่น สเปน หรือ รัสเซีย อีกด้วยครับ

 

 

 

 

Give More With Sushi Moment

 

 

Back to Blog