Blog

วาบิ ซาบิ ปรัชญา คุณค่าของความเรียบง่าย
06/03/2019 by admin - Leave a Comment

ปรัชญา คือ สิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ แต่เราสามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกและหัวใจ วันนี้เรานำแนวคิดของการมองความสุขแบบเรียบง่ายมาฝากทุกๆ คนเลยครับ ผ่านช่วงเวลาของการเริ่มต้นปีใหม่มาได้ไม่นานนัก หลายคนอาจต้องการแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ลองอ่านบทความนี้ของเราดูครับ เราหาข้อมูลที่จะช่วยทำให้คุณรู้สึกว่า ชีวิตก็อยู่ง่ายขึ้นนะ ถ้าเรายอมรับความสวยงามของความไม่สมบูรณ์แบบได้

 

 

วาบิ ซาบิ คืออะไร คือ ปรัชญาของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 โดยมีรากฐานมาจากศาสนาพุทธ ซึ่งปรัชญานี้เป็นปรัชญาที่สอนให้เรามองหาความสงบสุขบนโลกที่แสนจะวุ่นวาย การยอมรับในสิ่งที่มีหรือสิ่งที่เป็น มากกว่าเสียเวลาไปกับการหาสิ่งที่ดีกว่า หรือเป็นการสอนให้เรามองหาความสวยงามในความไม่สมบูรณ์จากสิ่งต่างๆ และมีความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวของเราพบได้ทั่วไปตามศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆ ของญี่ปุ่น ตั้งแต่การจัดดอกไม้ ชงชา งานศิลปะ จัดสวน การตกแต่งอาหาร ไปจนถึงการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย

 

 

จุดเริ่มต้นของวาบิ ซาบิ เริ่มมาจากพิธีชงชาเขียวของพระในนิกายเซ็น ซึ่งย้อนไปในสมัยนั้นคนญี่ปุ่นได้รับวัฒนธรรมการดื่มชามาจากจีน มีเครื่องชงและถ้วยชาที่หรูหรา รวมไปถึงห้องที่นั่งจิบชาก็โออ่า แต่มีพระในนิกายเซ็น 2 ท่านที่สอนลูกศิษย์ให้ใช้ถ้วยชาที่ปั้นจากดินแทน หลายศตวรรษต่อมา มีปรมาจารย์ด้านพิธีการชงชาเขียว ท่าน ริคิว รับใช้โชกุนโอดะ โนบุนากะและโชกุน โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ได้ออกแบบห้องชงชาเขียวให้มีขนาดกะทัดรัด ตกแต่งอย่างเรียบง่าย อุปกรณ์ที่ใช้ชงชาเขียว เป็นแค่กาต้มน้ำเล็กๆ กระบวยตักน้ำและไม้ตีชาเขียวทำจากไม้ไผ่และถ้วยชาที่ปั้นด้วยมือ ท่านริคิวไม่ต้องการให้ไปสนใจเรื่องการตกแต่งห้องหรือการทำพิธีกรรมใหญ่โตให้มากนัก เพราะเมื่อมาดื่มชา ถึงถ้วยชาจะไม่สวย ห้องจะแคบ แต่ชามันก็ทำหน้าที่ของมันได้ นั้นจึงเป็นที่มาของคำนี้ ซึ่งคำว่า "วาบิ" หมายถึงความไม่สมบูรณ์แบบ และคำว่า "ซาบิ" หมายถึงความไม่จีรังยั่งยืนของสิ่งต่างๆ นั้นเองครับ

 

 

ความสุขทางใจ มีคุณค่ามากกว่าการยึดติดกับความงามทางวัตถุ เทคนิคทางศิลปะอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดจากโบราณมาจนถึงปัจจุบันซึ่งสะท้อนปรัชญาของ วาบิ ซาบิ ได้ดีมาก และยังแฝงปริศนาธรรมเอาไว้ด้วย คือ คินสึงิ (Kintsugi) เทคนิคการซ่อมถ้วยชาที่แตกร้าวด้วยการใช้ยางไม้มาเป็นตัวเชื่อมประสานแล้วเขียนทับด้วยทอง แฝงไว้ด้วยปรัชญาทางธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงร่องรอยบนเส้นทางของชีวิต ทำให้ร่องรอยนั้นโดดเด่นสวยงามขึ้นมา แทนที่จะปกปิดความบกพร่องนั้น

 

 

คุณค่าในอาหาร และ วัตถุดิบ ส่วนประกอบของอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิ และกระบวนการทำเดิมทีคือการทานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีวัตถุดิบไม่มากนัก ซึ่งก็จะมีข้าว และ ปลา อาจมีผักต่างๆ ร่วมด้วย ล้วนเป็นของที่มีประโยชน์ ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ และนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด จนได้เกิดกรรมวิธีที่เรียกว่าการถนอมอาหารขึ้น ทำให้ได้เห็นอาหารรูปแบบอื่นๆ เกิดขึ้นมากมาย

 

 

บ้านน่าอยู่ขึ้นได้ เพียงเลือกเก็บ  ถ้าใครได้เคยมีโอกาสไปหรือเห็นภาพ บ้านเมืองของญี่ปุ่นมาบ้าง ก็น่าจะสัมผัสได้ถึงบ้านขนาดกระทัดรัดไม่ใหญ่ เป็นโทนสีน้ำตาล มีต้นไม้แทรมๆ ดูอบอุ่นๆ ใช่มั้ยครับ เรามาลองทำบ้านสไตล์คนญี่ปุ่นกันไปพร้อมๆ กันนะครับ
1. ใช้วัสดุจากธรรมชาติให้ทุกอย่างดูเรียบง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้อง Perfect ในอุปกรณ์ทุกชิ้น
2. ใช้สีแบบธรรมชาติหรือสีเอิร์ทโทนในการตกแต่ง เพราะโทนสีนี้จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นขึ้น
3. ลองใช้ของงานแฮนด์เมดหรือเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ต้องเป๊ะเสมอไป
4. นำข้าวของเก่ากลับมาใช้ เพราะของเก่า ๆ บางทีก็มีความสวยงามและความทรงจำที่น่านึกถึง
5. ตกแต่งแจกันด้วยกิ่งไม้ ที่ดอกไม้ร่วงหล่นไปแล้วก็สวยดี
6. นำสิ่งของต่างๆ ไม่จำเป็นหรือไม่ได้ใช้แล้วออกไปบ้างก็น่าจะทำให้บ้านดูโล่งขึ้นนะครับ

 

 

มองสิ่งต่างๆ รอบตัวให้สวยงาม "ความไม่สมบูรณ์แบบ" ไม่ใช่ศัตรู เพียงถ้าเรายอมรับมันอย่างจริงใจ และเข้าใจให้ได้ เช่น การจัดสวนที่ใช้การจัดวางแบบง่ายๆ ปล่อยให้มอสเขียวเกาะตามหินหรือกำแพง ก็ดูสวยดี หรือการไปชมเทศกาลซากุระที่กำลังจะมาถึงนี้ เมื่อเวลาผ่านไปดอกซากุระบนต้นก็จะร่วงหล่นสู่พื้น ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นสีชมพู ความสวยของดอกซากุระ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนต้นนั่นเองครับ ลองมองรอบๆ ตัวคุณ อาจค้นพบ "วาบิ ซาบิ" แบบที่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นเลยก็ได้ แล้วมาแบ่งปันความสุขบนความเรียบง่ายของคุณให้เราฟังกันบ้างนะครับ

 

 

Give More With Sushi Moment

Back to Blog