Blog

อย่ารอช้า! เตรียมตัวไปเทศกาล ฮานามิ เทศกาลดอกไม้ ที่คนญี่ปุ่นตั้งตารอมากที่สุด
18/02/2019 by admin - Leave a Comment

หลายคนคงสงสัยหน่อยๆ ว่าเทศกาล "ฮานามิ" ความหมายที่แท้จริงคืออะไร? ต้องเตรียมตัวอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบครับ 

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ที่เราจะได้ชมความสวยงาม ตระการตาของดอกซากุระ บานสะพรั่งทั่วทั้งต้น เต็มสวนสาธารณะในญี่ปุ่น และสถานที่อื่นๆ มากมาย ซึ่งเป็นช่วงของฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนา - เมษา บางเมืองก็มีให้ชมยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมเลยครับ แต่เจ้าดอกซากุระ มักจะบานให้เราได้เชยชมเพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ก็จะร่วงหล่นลงสู่พื้นแล้ว วันนี้เราจึงขออาสาเป็นไกด์อีกครั้ง เพื่อพาทุกคนเตรียมตัวเข้าสู่ "เทศกาล ฮานามิ" ประจำปี 2019 ประเทศญี่ปุ่นฉบับเร่งด่วนกันครับ ใครยังไม่จองตั๋ว ต้องรีบแล้วล่ะ ระหว่างนี้ ที่รอจะไปดื่มด่ำกับกลิ่นอายของดอกซากุระ ที่ญี่ปุ่นกัน ทุกคนแวะมาดื่มด่ำกับอาหารญี่ปุ่น และ บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแบบผสมผสานที่ร้าน MAGURO ก่อนได้เช่นกันครับ มาทาน Sushi เต็มคำ เน้นๆ, Sashimi ชิ้นหนา สดๆ  และ อีกหลายเมนูที่เรารอเสิร์ฟอยู่แบบเต็มอิ่ม คุ้มค่าแน่นอนครับ

 

 

1. มารู้จักเทศกาล “ฮานามิ” 
คำว่า ฮานามิ (花見) ในความหมายแท้จริงแล้ว คือ การชมดอกไม้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีมายาวนานนับ 1,000 ปี ของชาวญี่ปุ่น และก็เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นว่าเทศกาลดอกไม้ ที่คนญี่ปุ่นตั้งตารอมากที่สุด ที่จะได้ชื่นชมกันก็ คือ ดอกซากุระ ทำให้ “ฮานามิ” ถูกใช้ในความหมายของการชมดอกซากุระนั่นเอง เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะรอคอยการบานของดอกซากุระ ชาวญี่ปุ่นเองก็ติดตามข่าวการพยากรณ์อย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน เพราะถือเป็นช่วงเวลาพิเศษของปี ที่จะมีแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น

 

 

2. สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และข้อปฏิบัติในการชมซากุระ
สำคัญที่สุด ต้องเช็คพยากรณ์การบานของดอกซากุระครับ ว่าเมืองนั้นๆ บานช่วงไหน เราจะได้ไม่พลาดโอกาสชมทันเวลาก่อนซากุระร่วงลงพื้น เหลือแต่ ลำต้น และ กิ่งก้านสีน้ำตาลคงเสียดายแน่ ๆ
 

ข้อควรปฏิบัติ และ มารยาทที่ดี คือ ไม่เด็ด หรือจับกิ่งซากุระจากต้น, ไม่ควรจองที่ๆ ใหญ่เกินจำนวนคน เพราะกิจกรรมของการชมดอกซากุระคือการนั่งเล่นใต้ต้นไม้ และ ปิกนิกกัน, ต่อจากข้อที่แล้วคือ ควรนั่งห่างจากต้นซากุระเล็กน้อย เพื่อการอะไร ที่จะทำร้ายต้นซากุระเกิดความเสียหาย, ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และข้อสุดท้ายซึ่งจำเป็นเช่นกันคือ เมื่อเรานำอาหารหรือสิ่งใดเข้าไปแล้วเป็นขยะ ควรนำออกมาทิ้งให้เป็นที่ทาง เพื่อคนอื่นๆ จะได้มาชมความสวยงามของดอกซากุระเช่นเดียวกันกับที่เราได้ชมนะครับ

 

 

3. พยากรณ์วันซากุระบานในเมืองใหญ่
ลองมาเช็คกันครับว่าเมืองที่คุณจะไปนั้น ซากุระ จะบานในช่วงเดือนไหน เรานำเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นมาฝาก เริ่มที่
เมืองโตเกียว ก็มีการพยากรณ์ว่าจะเริ่มบานวันที่ 23 มีนาคม และบานเต็มที่วันที่ 30 มีนาคม 
เมืองเกียวโต เริ่มบานวันที่ 26 มีนาคม และบานเต็มที่วันที่ 3 เมษายน, 
เมืองฟุกุโอกะ เริ่มบานวันที่ 22 มีนาคม และบานเต็มที่วันที่ 1 เมษายน, 
เมืองนาโกย่า เริ่มบานวันที่ 25 มีนาคม และบานเต็มที่วันที่ 2 เมษายน, 
เมืองโอซาก้า เริ่มบานวันที่ 26 มีนาคม และบานเต็มที่วันที่ 3 เมษายน, 
เมืองเซนได เริ่มบานวันที่ 11 เมษายน และบานเต็มที่วันที่ 16 เมษายน
และเมืองซัปโปโร เริ่มบานวันที่ 29 เมษายน บานเต็มที่วันที่ 3 พฤษภาคม

 


4. สถานที่ชมซากุระสวยๆ
1. สวน Isshingyo จังหวัด Kumamoto แห่งนี้เจ๋ง ตรงที่มีต้นซากุระขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 400 ปี
2. ภูเขา Shiude และ ทะเล Seto จังหวัด Kagawa นอกจากได้ชมซากุระ ยังได้ทิวทัศน์ของทะเลญี่ปุ่นไกลสุดลูกหูลูกตาด้วย
3. Mitake จังหวัด Mie ดอกซากุระที่ปลูกเรียงคู่กับทุ่งนาข้าวขั้นบันได เห็นเป็นภาพสะท้อนของต้นซากุระ กลีบซากุระที่ร่วงโรยที่ทำให้ทั้งแอ่งน้ำกลายเป็นสีชมพู รับกับท้องฟ้าสีคราม
4. คูเมือง Chidorigafuchi จังหวัด Tokyo เป็นสวนที่มีต้นซากุระ เรียงรายตามข้างคูน้ำ ผู้คนนิยมมาพายเรือชมความสวยงาม
5. สวน Goryokaku จังหวัด Hokkaido ป้อมปราการแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปดาว เมื่อเวลาซากุระบานจะทำให้เปลี่ยนตรงนี้เป็นสีชมพูที่งดงามมาก

 


5. สายพันธุ์ ซากุระ 
ซากุระที่เราเห็นมีสีชมพูๆ บานสะพรั่งนั้น ที่จริงมีมากกว่า 12 สายพันธุ์เลยนะครับ วันนี้เรานำมาให้รู้จักกันทั้ง 12 สายพันธุ์ครับ เอกลักษณ์ของแต่ละพันธุ์ก็แต่งต่างกันไป เราอาจจะไม่ได้สังเกตกัน งั้นลองมารู้จักกันครับ เป็นคู่มือเปิดดูเทียบกับซากุระ ระหว่างชมกันไปเลย   


1. Somei Yoshino ซากุระพันธุ์โซเม-โยชิโนะ ที่สุดของซากุระญี่ปุ่น และมีมากที่สุดในญี่ปุ่น ที่เราเห็นกันบ่อยๆในภาพถ่ายดังของฟูจิกับวัดแดง สวนอุเอโนะ หรือแม้แต่ปราสาทฮิเมจิ ก็เป็นซากุระพันธุ์นี้แหละ สวนสาธารณะทั่วไปก็นิยมปลูกนะครับ
2. Yamazakura ซากุระภูเขา สวยแบบธรรมชาติ เป็นพันธ์ธรรมชาติที่พบเห็นได้ง่ายมาก ในป่าหรือแหล่งท่องเที่ยวแนวๆธรรมชาติ เช่นน้ำตกหรือภูเขา
3. Kanzakura ซากุระหน้าหนาวที่ออกดอกเร็วกว่าต้นอื่น สามารถไปหาชมได้ตามสวนสาธารณะใหญ่ๆ หลายแห่งเช่นเดียวกับพันธุ์โซเม-โยชิโนะ แต่ว่าออกดอกไวกว่า
4. Shidarezakura (Weeping Cherry) ซากุระแบบห้อยระย้า จะพบตามตามเมืองเก่าๆ ที่ถูกอนุรักษ์และมีอายุหลายร้อยปี เช่นย่านบ้านพักซามูไรโบราณ ที่เมืองคาคุโนะดาเตะ จังหวัดอากิตะ สาวๆ หลายคนต้องชืนชอบ เพราะถ่ายรูปออกมาต้องสวยมากๆ เลยล่ะครับ
5. Kawazu-sakura ซากุระที่บานเร็วที่สุดในญี่ปุ่น หาชมได้ที่เมือง Kawazu บนความสมุทรอิซึ จังหวัดชิซุโอกะ
6. Kanhizakura ซากุระแห่งโอกินาว่า แค่ชื่อสายพันธุ์ ก็รู้เลยว่าหาชมได้ที่ไหนใช่มั้ยครับ และมีเฉพาะโอกินาว่าที่เดียวด้วยนะครับ
7. Ichiyo ซากุระที่กลีบฟูฟ่องราวกับภาพวาด ดอกจะกลีบประมาณ 20 กลีบต่อ 1 ดอก สวยงานราวกับซากุระ 5 ดอกมารวมกันเลยครับ มีให้ชมได้ทั่วไปในญี่ปุ่น
8. Ukon ซากุระสีเหลือง! จุดเด่นที่ไม่เหมือนซากุระพันธุ์อื่น ๆ คือ กลีบดอกจะมีลักษณะพิเศษจากสีของดอกที่จะเป็นสีออกเหลือง ตอนช่วงที่พึ่งเริ่มบานจะเป็นสีนี้ แต่พอบานเต็มที่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู จะบานช้ากว่าพันธุ์ทั่วไปนิดนึง
9. Kanzan ซากุระดอกกลมๆ ที่มีกลีบมากมาย เป็นอีกพันธุ์หนึ่งที่หาดูได้ไม่ยากนักตามสวมสาธารณะต่างๆ
10. Fugenzo ช่อซากุระที่มีหลายดอกในพวงเดียว จุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือสีจะไล่เข้มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป 
11. Kikuzakura ซากุระหน้าคล้ายดอกเก๊กฮวย เพราะความคล้ายกันของดอกนั้น ก็เลยเป็นที่มาของชื่อครับ 
12. Jugatsuzakura (Autumn Cherry) ซากุระเดือนตุลา! เพราะว่าสายพันธุ์จะเริ่มบานในเดือนตุลาคมนั้นเอง

 

 

6. ขนมจากดอกซากุระ
ถ้าพลาดก็คงจะเสียดายแย่ ถึงแม้เราจะไม่รู้แน่ชัดว่ากลิ่นและรสชาติของซากุระแท้ๆ จะเป็นแบบไหน แต่ก็ถูกนำมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร จนเป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีอย่างมาก ซึ่งอาหารที่ว่าจะเน้นไปทาง ขนมซะมากกว่า เช่น ไดฟุกุไส้ซากุระ, ซากุระดองเกลือ, ช็อคโกแลตกลิ่นดอกซากุระ, น้ำต่างๆ ที่ใส่ความเป็นซากุระสีชมพูเข้าไป เชื่อมากว่าช่วงนั้นบรรดาขนมจากซากุระ จะมีให้เราได้ชิม ช็อปกันเยอะมากในญี่ปุ่นครับ ถ้าใครมีเพิ่มเติมจากนี้ แวะมาเล่าให้เราได้ฟังได้เลยนะครับ :)

 

 

 

Give More With Sushi Moment

 

Back to Blog