Blog

มาใช้วันลาพักร้อนครึ่งปีหลังของคุณไปกับ 13 เทศกาลน่าเที่ยวของญี่ปุ่นกัน
26/10/2018 by admin - Leave a Comment

นี่ก็เข้าสู่เดือนปลายเดือนตุลากันแล้วนะครับ ลองนับดูอีกไม่กี่เดือนก็จะเวียนมาบรรจบครบรอบสิ้นปีกันอีกครั้ง ว่าแต่ปีนี้ใครยังไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง ถ้ายังงั้นต้องรีบๆ วางแพลนได้เลยนะ จะได้ไม่เสียโควต้าวันลาพักร้อนของเราครับ ^   ^  ถ้าเป็นบ้านเราตอนนี้ คือ ช่วงปลายฝนที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว เป็นช่วงที่เหมาะกับการขึ้นดอยไปชมพระอาทิตย์ขึ้น รับลมหนาว ชมธรรมชาติ รับอากาศบริสุทธิ์ แต่ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น นี่ คือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง และ กำลังก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวในเดือนธันวา วันนี้เราเลยรวบรวมเทศกาลน่าเที่ยวของญี่ปุ่นมาให้เช็คกันครับ ว่าจะจองตั๋วไปเมืองไหนกันดี หรือ อาจจะแพลนไว้ปีหน้าเลยก็ไดครับ 

ถ้าเราได้ไปเที่ยวในช่วงเทศกาลของแต่ละประเทศเนี่ย ดีมากๆ เลยนะครับ แล้วถ้ายิ่งเป็นประเทศญี่ปุ่นจะทำให้เราได้เห็นบรรยากาศความครึกครื้น ได้สัมผัสกับวัฒนธรรม และ วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด อีกด้วย เรามาเริ่มลำดับการเที่ยวตั้งแต่ต้นปี จนถึงปลายปี ไปด้วยกันเลยครับ 

ถ้าใครที่อดใจรอไปสัมผัสบรรยากาศที่ญี่ปุ่นไม่ไหว
ก็ซ้อมลิ้มรสชาติความญี่ปุ่น ผ่านทางอาหารของ MAGURO ได้ก่อนเลยนะครับ ^      ^

 

 

1. เทศกาลหิมะ ซัปโปโร
When to visit : ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณวันที่ 4 กุมภาพันธ์ - 11 กุมภาพันธ์ ปี 2019 ที่จะถึงนี้
Where : สวนโอโดริ ซึโดม
Detail : เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงของ ซัปโปโร งานแสดงประติมากรรมที่สร้างจากน้ำแข็งและหิมะตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ จำนวนนับร้อยชิ้น และจะมีการแสดงของแสงและเสียงในช่วงเย็น และงานนี้จะมีการประกวดของทั้งชาวญี่ปุ่น ไปจนถึงทั่วโลกก็มาเข้าร่วมด้วย ประติมากรรมแต่ละชิ้นสวยงามตระการตามาเลยครับ จนน่าทึ่งว่าสามารถแกะสลักออกมาได้สวยงามขนาดนี้เลย

 

 

2. เทศกาลเซ็ทซึบุน 
When to visit : ต้นเดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 3 (หรือบางปีจะเป็นวันที่ 4) ของทุกปี
Where : ทุกจังหวัด หรือ ตามวัดชินโตต่างๆ
Detail : เป็นเทศกาลที่ขับไล่สิ่งอัปมงคลออกจากบ้านโดนการหว่านถั่วแดงอะซุกิ ??? ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี โดยจะให้ผู้ชายอยู่ในบ้านใส่หน้ากากผี ปีสาจ แล้วครอบครัวจะหว่านถั่วแดงเข้าไปแล้วตะโกนว่า ฟุกุสะ อุจิ แปลว่าความเป็นสิริมงคลจงเข้ามานอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า ให้กินถั่วจำนวนเม็ดเท่ากับอายุของตัวเอง จะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยไปตลอดปีส่วนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปในช่วงนี้ก็จะเป็นตามวัดชินโตต่างๆ โดยเฉพาะในเมืองเกียวโต เพราะจะมีการทำพิธีกรรมเซ็ทสึบุนใหญ่เลย และจะมีการโปรยถั่วนำโชค ฟุคุมาเมะ และขนมแป้งนำโชค ฟุคุโมจิ ให้กับผู้คนที่มาร่วมในพิธีของกินอีกอย่างที่นิยมกินมาก ซึ่งเป็นความเชื่อจากแถบโอซาก้า ก็คือ เอโฮมากิซูชิ เป็นซูชิโรลที่จะใส่ไส้ไข่หวาน แตงกวาญี่ปุ่น ปูอัด ปลาไหล ฯลฯ เชื่อกันว่า หากหันหน้าไปทางทิศที่โชคดีนั้นของปี และกินซูชินี้จนหมดโดยไม่พูดกับใคร จะได้รับความโชคดีตลอดปีเลย

 

 

3. เทศกาลระบำมิยะโกะ
When to visit : ช่วงเดือนเมษายน
Where : เกียวโต
Detail : เทศกาลระบำมิยาบะ หรือ ระบำซากุระเกียวโต เป็นการแสดงศิลปะขับร้อง ร่ายรำในแบบญี่ปุ่น โดยนักฟ้อนรำที่เรียกว่า Maiko มีความสนุกสนาน ตื่นตากับการแต่งกาย และท่วงท่าการร่ายรำ ที่ชวนดู

 

 

4. วันเด็กผู้ชายญี่ปุ่น
When to visit : วันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี
Where : ทุกจังหวัดในญี่ปุ่น
Detail : ครอบครัวไหนที่มีลูกชาย จะมีการประดับธงรูปปลาคาร์ฟไว้หน้าบ้าน โดยธงจะประกอบด้วยปลาพ่อ (สีดำ) ปลาแม่ (สีแดง) และปลาลูก (สีฟ้า) บางบ้านก็ประดับเพิ่มจำนวนปลาสีส้ม เขียวและม่วงตามจำนวนสมาชิกในบ้าน เหตุที่ประดับธงรูปปลาคาร์ฟเนื่องมาจากความเชื่อตามเรื่องเล่าของจีนว่าปลาคาร์ฟนั้นสามารถว่ายทวนกระแสน้ำในแม่น้ำฮวงโหได้จนกลายเป็นมังกร ชาวญี่ปุ่นจึงอยากให้ลูกชายมีจิตใจที่เข้มแข็ง ต่อสู้กับความยากลำบากในชีวิตอย่างไม่ย่อท้อเหมือนดั่งปลาคาร์ฟ

 

 

5. Obon
When to visit : เดือนสิงหาคม ยกเว้นในภูมิภาคคันโต จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 13 - 16 กรกฎาคม ของทุกปี
Where : โตเกียว และภูมิภาคอื่นๆ
Detail : ช่วงเวลาในการจัดงานจะแตกต่างไปตามพื้นที่ เป็นเทศกาลที่ระลึกถึงผู้ล่วงลับของชาวญี่ปุ่น โดยจะเริ่ม
1. เตรียมการต้อนรับบรรพบุรุษ 
2. ไฟต้อนรับ 
3. เคารพหลุมศพ 
4. ไฟส่งวิญญาณ
ซึ่งที่เกียวโตจะมีงาน ไฟส่งวิญญาณห้าขุนเขา ที่โด่งดังซึ่งจะจุดไฟเป็นรูปตัวอักษรขนาดใหญ่หรือรูปโทริอิ (ประตูศาลเจ้า) เปลวไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในฤดูร้อนได้กลายเป็นบทกวีซึ่งขับขานถึงฤดูร้อนของเกียวโต ตามด้วยประเพณี การลอยวิญญาณซึ่งจะตามท้องถิ่นส่วนหนึ่งโดยจะลอยดอกไม้หรือของไหว้ออกสู่ทะเลหรือแม่น้ำ เป็นไฟส่งวิญญาณประเภทหนึ่ง และรำวงบงโอโดริ เพื่ออุทิศส่วนกุศล

 

 

6. Nebuta Matsuri
When to visit : วันที่ 2 - 7 สิงหาคมของทุกปี
Where : จัดขึ้นทุกเมืองในจังหวัดอาโอโมริ
Detail : เป็นเทศกาลที่มีโคมไฟตระการตา ไฮไลท์ของงานเทศกาลนี้คือขบวนพาเรดของการแห่โคมไฟแสงสีขนาดใหญ่ นำขบวนโดยขบวนกลองไทโกะ เหล่านักดนตรี และการแสดงเต้นพื้นเมือง เทศกาลเนบุตะเป็นหนึ่งในสามงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงของโตโฮกุ

 

 

7. เทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำ Edogawa
When to visit : ต้นเดือนสิงหาคม ประมาณวันที่ 6 
Where : แมน้ำเอโดะ (Edogawa)
Detail : งานดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นที่ริมแม่น้ำเอโดะ (Edogawa) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างจังหวัดโตเกียวและชิบะ เขตเอโดะกาวะและเมืองอิจิคาวะจะร่วมมือกันจัดงานดอกไม้ไฟ ที่ยิงดอกไม้ไฟกว่า 14,000 ลูก ซึ่งมีผู้คนพากันมาชมยังเนืองแน่นทุกปี

 

 

8. เทศกาลดนตรีระดับโลก Summer Sonic Japan’s Marquee Rock Festival 
When to visit : เดือนสิงหาคม ของทุกปี
Where : โอซาก้า และ ชิบะ
Detail : อย่างที่ทราบกันว่าถ้าพูดถึงเฟสแล้ว Summer Sonic คงเป็นชื่อแรกๆ ที่ลอยเข้ามาในหัวทุกคน เพราะที่นี่คับคั่งไปด้วยศิลปินทั้งญี่ปุ่นและอินเตอร์ แต่ละวงที่มาก็เด็ดๆ ทั้งนั้น เทศกาลดนตรีนี้เป็น 1 ใน 2 เทศกาลดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นประจำทุกปีของญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก อีก 1 เทศกาลที่คนรู้จักกันดี คือ เทศกาลดนตรี Fuji rock นับว่าเป็นเทศกาลดนตรีที่เข้าไปร่วมงานได้ไม่ยาก และยังใช้เวลาว่างชมเมือง ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายด้วย ราคาของบัตรเข้างาน (ของ Tokyo) นั้นอยู่ที่ราคา 16,500 - 30,000 เยน

 

 

9. เทศกาลงานเต้นแซมบ้าที่ Asakusa 
When to visit : ปลายเดือนสิงหาคม
Where : ถนน Kaminarimon-dori และ Umamichi-dori
Detail : เป็นเทศกาลช่วงหน้าร้อนของโตเกียวที่คึกคักอีกเช่นกัน เพราะงานนี้เราจะได้เห็น สาวๆ แต่งตัวมาเต้มแซมบ้ากันแบบจัดเต็ม และมีการประกวดการเต้นด้วยนะ ยกกันมาเป็นขบวนพาเหรดเลยทีเดียว ทั้งสนุก คึกคลื้น และตื่นตามากๆ ครับ งานนี้ได้ไอเดียมาจากการเต้น samba ที่ประเทศบราซิล

 

 

10. เทศกาล Fukuro Matsuri
When to visit : ต้นเดือนกันยายน ถึงปลายเดือนกันยายน
Where : โตเกียว
Detail : เป็นเทศกาลพื้นเมืองของย่าน Ikebukuro เป็นการแห่ศาลเจ้า Mikoshi จำนวน 30 ศาลเจ้า ไปพร้อมๆ กับการร่ายรำประกอบดนตรีพื้นเมือง งานนี้จึงมีนักเต้นรำพื้นเมืองทั่วญี่ปุ่นมารวมตัวกันเพื่อโชว์ความสามารถการเต้นรำในแบบท้องถิ่นของตนให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม ขนาดการเต้นรำพื้นเมือง Eisa Dance ของชาวโอกินาว่าก็มีให้ชมกันในงานนี้นะ

 

 

11. Strawberry Picking
When to visit : ตั้งแต่กลางธันวาคม - พฤษภาคม
Where : จังหวัด Chiba Kawatsura Strawberry Farm, Mother Farm
Detail : ฤดูหนาวเป็นช่วงแห่งการเก็บสตรอว์เบอรี่ ถ้าใครได้เที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนั้น อย่าพลาดที่จะไปชิมสตรอว์เบอรี่หวานๆ นะครับ เพราะสตรอว์เบอรี่จะลูกใหญ่ และ หวานฉ่ำมากๆ แถมยังได้สนุกสนานกับการเก็บมาทานเองด้วย

 

 

12. เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว
When to visit : ตุลาคม - พฤศจิกายน
Where : โตเกียว
Detail : เทศกาลช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี สำหรับโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอยู่มากมาย ถ้ามีโอกาสได้ไปช่วงนี้ ต้องถ่ายรูปกับบรรยากาศของใบไม้สีเหลือง สีส้ม สลับกันสวยงาม สามารถไปชมได้ที่สวนต่างๆ เช่น สวนชินจุกุ (Shinjuku Gyoen), สวนฮิบิยะ (Hibiya Park), สวนคิว-ฟุรุคาวะ (Kyu-Furukawa Gardens), สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอน (Koishikawa Korakuen), มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือ โทได (The University of Tokyo / Todai)

 

 

13. Chichibu Night Festival
When to visit : วันที่ 2 และ 3 ธันวาคม ของทุกปี
Where : เมือง Chichibu จังหวัด Saitama 
Detail : เป็นงานแห่เกี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่ค่ำคืนของวันที่ 3 ธ.ค. ทีจะเริ่มต้นขบวนแห่จากศาลเจ้า Chichibu โดยมีเกี๊ยวทั้ง 6 ตกแต่งอย่างสวยงาม ถูกลากออกมา และ แห่ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ด้วยความครื้นเครงจากเสียงกลอง และ เสียงฟรุต จนกระทั่งถึง Otabisho จุดแวะหยุดระหว่างทางที่ว่ากันว่าเป็นจุดพักของพระเจ้า และ จุดไคลแมกซ์ของงาน คือ ช่วงที่เกี้ยวที่มีน้ำหนักกว่า 20 ตัน ถูกลากขึ้นไปบนทางลาดชัน และ มีจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่อีกกว่า 7,000 นัด

 

 

 


Give More With Sushi Moment

Back to Blog